วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ชุมชนรอบมาบตาพุดหวั่น รง.เก็บสารเคมีระเบิดหาก พนง.ทิ้งงานหลังค้างจ่ายเงินเดือน
วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2554
อภิสิทธิ์ อ้างแก้ปัญหามาบตาพุดสำเร็จ (แต่ปล่อยให้ผู้คนเสี่ยงตายกันไป )
'อภิสิทธิ์' ขึ้นเวทีปราศรัย สนามกีฬาจังหวัดระยอง กลางดึก ประกาศถ้าเลือกประชาธิปัตย์ ราคาผลไม้จะดีขึ้น ยืนยันไม่ละเลยปัญหาของแพง...
เมื่อเวลา 21.50 น. วันที่ 11 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางไปยังสนามกีฬาจังหวัดระยอง เพื่อขึ้นปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยผู้สมัคร ส.ส.ภาคตะวันออก โดยมีประชาชน ประมาณ 3,000 คน มารอฟังการปราศรัย ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้ย้ำถึงนโยบายเพื่อประชาชนของพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ แนวทางการแก้ปัญหาของพื้นที่โดยเฉพาะปัญหาวิกฤตินิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ที่มีผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมของรัฐบาลที่ผ่านมาที่สามารถหาความสมดุลให้กับภาคอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ความปรองดองที่ต้องการอยู่ในทุกวันนี้ ต้องมาดูจากการแก้ปัญหาของมาบตาพุดเป็นตัวอย่าง”
การอ้างว่า แก้ปัญหามาบตาพุดสำเร็จ แต่ปล่อยให้ผู้คนเสี่ยงตายกันไป แบบนี้มั้ย ทำไมบอกว่า "นายกอภิสิทธิ์เลือดเย็น"
วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2554
โรงงานสารเคมีอันตราย ถ้าถูกปล่อยทิ้ง ระเบิดเองได้
วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554
เปลือย 13 อรหันต์“มาบตาพุด”อุ้มโรงงาน-แจกมรณะบัตรชุมชน!?
| หลังรัฐบาล “มาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ใช้คณะกรรมการ 4 ฝ่าย ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี คลี่คลายปัญหา 76 โครงการยักษ์ในมาบตาพุด ที่ถูกศาลปกครองสั่งระงับ จนคลี่คลายความร้อนแรงลง พร้อม ๆ กับการนำเอาบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 67 วรรค 2 มาเป็นแนวปฏิบัติ ตามที่มีการระบุไว้ชัดเจนว่า “การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทำมิได้เว้นแต่จะได้ศึกษา และประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม หรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว” และนำมาซึ่งการจรดปากกาลงนามจัดตั้งองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ชั่วคราว) ประกอบด้วย ผู้แทนขององค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพและสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม หรือทรัพยากรธรรมชาติ หรือด้านสุขภาพจำนวน 13 คน ทำหน้าที่ให้ความเห็นประกอบโครงการ หรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ตามมาตรา 67 วรรค 2 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 โดยมีนายวีรวัธน์ ธีรประสาธน์ ผู้แทนจากมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ เป็นประธานกรรมการฯ และคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ค่าตอบแทนคนละ 45,000 บาท พร้อมยังให้มีผู้ช่วยอีก 13 คน ได้ค่าตอบแทนคนละ 20,000 บาท เป็น 13 อรหันต์ทองคำ ที่ได้รับการคาดหวังว่า จะทำหน้าที่เป็น “ผนังเหล็ก กำแพงทองแดง” ให้แก่ชุมชนมาบตาพุด ทำให้พวกเขาอยู่ใต้ปล่องควันโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่รัฐไทยทุกยุคทุกสมัย ใช้เป็นเครื่องมือปั้นตัวเลข GDP ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ | |||||
ทั้งที่โดยข้อเท็จจริง แม้จะมีรายงานว่าผลผลิตมวลรวมต่อหัวของชาวระยอง สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศ แต่รายงาน UNDP พ.ศ.2550 กลับระบุว่า รายได้ของชาวระยองแท้จริงอยู่ในระดับปานกลาง ครอบครัวและชุมชน รวมถึงการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนมีศักยภาพต่ำ ภาษีที่กลับคืนสู่สังคมในจังหวัดระยอง น้อยมาก เพราะโรงงานอุตสาหกรรมส่วนมากที่เปิดทำการอยู่ในพื้นที่ระยอง จดทะเบียนที่กรุงเทพฯ และบางส่วนได้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนจากจาก BOI ทำให้ภาษีกลับคืนสู่ระยอง มีไม่ถึง 1% ที่จะนำมาลงทุนในด้านสังคมให้ดีขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น ดูเหมือนว่า “องค์การอิสระฯ” ที่ตั้งขึ้นมานั้นกำลังทำให้กับคนมาบตาพุด ต้องหวนกลับไปผจญกับปัญหามลภาวะ ผลกระทบต่อชีวิต และสุขภาพของชุมชน เหมือนกับที่พวกเขาต้องเผชิญมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาอีก เพราะเกือบ 1 ปี ที่องค์การอิสระฯแห่งความคาดหวังก่อกำเนิดขึ้น มาถึงวันนี้...13 อรหันต์ทองคำแห่งมาบตาพุด กำลังถูกตั้งคำถามถึงมาตรฐานในการทำงาน มาตรฐานในความเป็นมืออาชีพ ฯลฯ โดยเฉพาะ“โครงการเอทธิลีน ไกลคอน” ซึ่งเป็นโรงงานปิโตรเคมีในพื้นที่มาบตาพุด ที่ได้รับตราประทับรับรองจากองค์การอิสระฯ ผ่านไปยังคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) กำลังถูกมองด้วยความเคลือบแคลงจากคนมาบตาพุด รวมทั้งคนระยองทั้งจังหวัด ตลอดจนนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมด้วย ว่า “องค์การอิสระฯ ที่เชื่อว่า จะเป็นอรหันต์ทองคำให้คนมาบตาพุด ให้การรับรองโครงการนี้แบบค้านสายตาสุดขั้ว” ความเป็นจริงแล้วองค์การอิสระฯ ควรจะต้องออกไปหาข้อมูลรายละเอียดโครงการ และสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งหาข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากทุกภาคส่วน และจัดทำหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเพียงพอ ในการให้ความเห็นก่อนที่โครงการจะถูกส่งเข้ามา และการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกความเห็นนำไปสู่การตัดสินใจอย่างรอบคอบ ที่สำคัญองค์การอิสระฯเกิดขึ้นได้ เพราะเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกและชาวมาบตาพุด ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ถ้าไม่ทำหน้าที่คุ้มครองปกป้องเพื่อพิทักษ์ไว้ซึ่งสิทธิของชาวมาบตาพุด ก็สมควรลาออกทั้งชุด “ทุกวันนี้ องค์การอิสระฯแห่งนี้ มุ่งแต่จะตั้งอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณาโครงการต่าง ๆ แทนตัวเอง และเรียกร้องให้มีการจ่ายค่าตอบแทบให้อนุกรรมการเป็นรายเดือนเหมือนกับตัวเองอีก และที่ผ่านมาพวกเขาก็ไม่เคยลงพื้นที่และสัมผัสกับประชาชนในมาบตาพุดอย่างจริงจังเลย” นายสุทธิ อัชฌาสัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก บอกกับ “ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์” ไม่เพียงเท่านั้น ว่ากันว่า คณะกรรมการองค์การอิสระฯ ยังใช้ช่องทางตั้งผู้ช่วยขึ้นมารับเงินค่าตอบแทนเป็นรายเดือน โดยบางคนแทบไม่เคยมีใครเห็นหน้าค่าตา ไม่เคยย่างกรายเข้ามาทำงานในสำนักงาน ไม่เคยมีประวัติที่ตรวจสอบได้ถึงความรู้ความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพ หรือความรู้ที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากภาคอุตสาหกรรมใด ๆ หรือไม่มีความรู้เรื่อง ขีดความสามารถในการรองเรื่องสิ่งแวดล้อม(Carrying Capacity) ที่สัมพันธ์กับสุขภาพของประชาชนหรือไม่ “ผู้ช่วยคณะกรรมการฯ กลายเป็นคณะผู้ติดตามไปหมด เราจึงอยากให้ สตง.เข้ามาสอบสวนด้วย” นายสุทธิ ย้ำ แต่องค์การอิสระฯดังกล่าว กลับสามารถให้การรับรองโครงการ หรือให้ใบเบิกทางในการก่อตั้งโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตคนมาบตาพุด และเป็นใบเบิกทางให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เข้ามาลงทุนในมาบตาพุด ล่าสุดเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก ได้เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง ... คราวนี้พวกเขามุ่งเป้าเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่ง “รื้อ” องค์การอิสระ (ชั่วคราว) แห่งนี้โดยเร็วที่สุด ก่อนที่จะตั้งโต๊ะแจกจ่ายใบประทับรับรองคุณภาพให้อุตสาหกรรมอันตราย ที่สุ่มเสี่ยงจะกลายเป็น “ใบมรณะบัตร” สำหรับชุมชนมาบตาพุดในอนาคต |
วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย รอคำสั่งศาล ให้ตรวจสอบ กรณี ปตท. ไม่ตอกเสาเข็มฐานราก โรงแยกก๊าซใหม่ และโรงงานอันตราย ของ ปตท. จำนวนมากในมาบตาพุด
ตามที่มีข่าวเสนอก่อนหน้านี้ ว่ากรณีการฟ้องศาลปกครอง กับการที่ ปตท. ไม่ตอกเสาเข็มฐานราก โรงแยกก๊าซใหม่ และโรงงานอันตราย ของ ปตท. จำนวนมากในมาบตาพุด ซึ่งผ่านมาหลายเดือนแล้วนั้น จากการที่ ชาวบ้านในมาบตาพุด โทรสอบถามไปยัง วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ถึงการเข้าตรวจสอบ โรงแยกก๊าซใหม่ ของ ปตท. และโรงงานสารเคมีอันตรายอื่นๆ จำนวนมากนั้น วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
เจโทร ห่วงมาบตาพุด จะเป็นแบบญี่ปุ่น ?! ที่วันนี้ รัฐบาลอภิสิทธิ์ ยังไม่ขยับอะไร เรื่องโรงแยกก๊าซใหม่ ปตท. เสี่ยง
Letter to JETRO (BANGKOK) and His Reply
ภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม นำหอการค้าทั้งในและต่างประเทศออกมาประโคมข่าว เพื่อเร่งรัด ดันทุรังโครงการเสี่ยง ว่าถ้าล่าช้าจะมีผลกระทบด้านเศรษฐกิจการเงิน จดหมายที่นำเสนอข้อมูลความเสี่ยงของหายนะภัย จากความมักง่ายของภาคอุตสาหกรรม นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ถึงเวลานี้ คงได้รับรู้กันหมดแล้ว ว่าคนมมาบตาพุด โรงงานต่างๆในมาบตาพุด จะได้รับผลกระทบอย่างไร ถึงเวลาแล้ว ที่การขอให้มีการตรวจสอบ-ติดตาม ออกมาจากปากของนักลงทุนต่างๆ หรือยังจะดันทุรังกันต่อก้อเป็นสิทธิ์ ที่จะทำ แต่จดหมายตอบกับ จากเจโทร ไม่มีความดันทุรัง ดังกล่าว
การชี้แจงแจ้งเท็จปกปิดข้อมูล ของ ภาคอุตสาหกรรม สร้างความเสียหายใหญ่หลวงจนเป็นที่ประจักษ์แล้ว ทั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของ ญี่ปุ่น ทั้งแท่นเจาะ ปตท.สผ. ที่ก่อสร้างต่ำกว่ามาตรฐาน ที่ ปตท. เขียนเอง และยังปกปิดข้อมูลที่ผู้ตรวจสอบควรรู้ สร้างความหายนะเสียหายใหญ่หลวงกับสภาวะแวดล้อมชายฝั่ง ใน 3 ประเทศ ถูกเรียกร้องค่าเสียหาย เกือบ แสนล้านบาท ที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องนี้เลย เพราะสื่อมวลชนไทย ปกปิดข่าวนี้ กันทั้งหมด เหตุภัยสึนามิ ไม่ได้ทำให้ สังคมไทยมีวุฒิภาวะสูงขึ้นจากเหตุการณ์ ที่เป็นบทเรียนความเจ็บปวดในประวัติศาสตร์ของชาติ …
JETRO BANGKOK
16th Fl., Nantawan Building, 161 Rajdamri Road, Patumwan, Bangkok 10330, Thailand
Tel. : (662) 253-6441-5, 253-6447, 253-2021-3
Fax.: 253-2020
E-mail Address: bgk-pr@jetro.go.jp
August 3, 2010
Dear Mr. Munenori YAMADA / JETRO Bangkok President
cc. Mr. Yasuo HAYASHI / JETRO Headquarters Chairman & CEO
Mr. Yo JITSUKATA / Chairman, Japanese Chamber of Commerce in Bangkok
Subject: All Investors must know "Maptaphut is in Unsafe Condition”
Ref.Data: http://khonmaptaphut.blogspot.com/2010/07/maptaphut-in-unsafe-condition-domino.html
http://khonmaptaphut.blogspot.com/2010/07/6.html
Rapid business growth and ever higher demands plus inept authorities may be the cause that PTT, a prominent energy company is neglecting safety in the construction of its facility. Commonsense tells that strong foundation is of utmost important for structural integrity. Nevertheless, PTT claims the supporting soil is strong enough that piling is exempted for its gas separation plant in Rayong. This delusion is bringing inevitable risks to all lives and environments in the vicinity.
Recent leakage of Chlorine gas from another plant at this same industrial development that injured hundreds of people was not from defaulted tank, but the collapse of the tank’s supporting foundation. Several factories with unsafe structures in the same vicinity may also become a domino effect of chain explosions, with their extensive storage of dangerous chemicals and immense amount of flammable gases. Investors should also recognize these risks that can affect economic situation of this entire area.
This warning is from civil engineers who were directly involved in construction of the new PTT’s gas separation plant. The possibility of foundation settlements may cause widespread explosions of immense amount of flammable LPG gases stored at this plant. Damages from explosion are expected to reach most or all industrial estates in the Maptaphut vicinity.
Since December last year 2009, they have provided of the Settlement of Shallow Foundation Case Study for 3 PTT Construction Plant Projects in Maptaphut, there were consisting of PTT-Phenol Plant and 2 PTT- Gas Separation Plant (GSP-6 & ESP). This case Study has submitted to Mr.Prasert Boonsumpun/PTT’s CEO on 19 December 2009, Mr. Abhisit Vejjajiva, Prime Minister on 16 January 2010, Mr. Anand Panyarachun Former Prime Minister (A four-party panel headed) on 2 April 2010 and 2 times for Administrative Court on 22 February 2010 and submitted as a accusation on 27 May 2010. Andalso they sent it to the Engineering Institute of Thailand on 9 April 2010. It is no sound from all concerned authorities.
Finally, we hope that our extreme risks (People in Maptaphut and All Investors) shall be released or solved as soon as possible.
Yours sincerely,
Khon Maptaphut, Rayong Thailand
******-------------------------------------------------------------------------------------******
August 6, 2010
Dear Khon Maptaphut, Rayong, Thailand,
Thank you for your email dated 22 July in Thai. Please understand that it took time to translate your email into Japanese. Moreover, we also got your email dated 3 August in English
As you may know, Japan has a lot of natural disasters like earthquakes and typhoon. In addition, 70% of Japan land is mountainous. Our population of around 120 million make living at limited flat area with next to a lot of factories. Therefore, under these natural conditions and living environment, we have very strict regulations and high standards for structural safety, such as Building Standard Act in Japan.
We regard it as most important to have necessary procedures, period for construction and strict regulations for our safety. We are proud that Japanese people as well as business community are most sensitive to safety issue.
We assure you that we are committed to indicated rules and regulations, and we do not compromise any safety standards.
In your email, you have delivered your concern to PM Abhisit and other ministers. We, Japanese and Japanese business community who enjoy staying in our great Thailand, strongly hope that Thai government will make proper actions on this issue.
Lastly, Japanese as well as Japanese business community are ones who highly respect and strictly observe the laws. Therefore, for this issue, we always ask the Thai Government to let us know the rules and regulations which we should obey.
Sincerely,
Munenori Yamada
President,
JETRO Bangkok
(แม้ว่าตอบ จม. ล่าช้าคงอ้างว่าแปลไทยเป็นญี่ปุ่น แต่เรื่องนี้ ส่งกับมือนายกรัฐมนตรีไทย อดีตนายก รมต. และผู้เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน เรื่องกับเงียบหายนานกว่า 7 เดือน ทั้งๆที่มีเมล์ มีกระทู้ถามถึง อยู่เนือง หลายๆทาง แต่หามีใครใส่ใจกับปัญหานี้ รวมทั้ง สื่อมวลชนไทยทั้งหลาย ที่ไม่นำพาใส่ใจด้วย)
แปลเป็นภาษาไทย ได้ใจความดังนี้ -
ขอขอบคุณสำหรับอีเมลของคุณลงวันที่ 22 กรกฎาคม ในภาษาไทย โปรดเข้าใจว่า ได้ใช้เวลาในการแปลอีเมล์เป็นภาษาญี่ปุ่น นอกจากนี้เรายังได้อีเมล์ของคุณ วันที่ 3 สิงหาคมในภาษาอังกฤษ
ดังที่คุณทราบ ว่าประเทศญี่ปุ่น มีภัยธรรมชาติจำนวนมากเช่นแผ่นดินไหวและพายุไต้ฝุ่น นอกจากนี้ 70% ของพื้นที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นภูเขา ประชากรของเราประมาณ 120 ล้านให้อยู่ในพื้นที่ราบที่จำกัด และมีโรงงานอุตสาหกรรมมาก ดังนั้นภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ของธรรมชาติ กับเรื่องชีวิต-สิ่งแวดล้อม เราจึงมีกฎระเบียบที่เข้มงวดมากและมีมาตรฐานสูง ด้านมาตรฐานความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารเช่นพระราชบัญญัติในประเทศญี่ปุ่น ด้วย
เราถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการมีขั้นตอนในการปฏิบัติ ด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดสำหรับการก่อสร้างและความปลอดภัยของเรา คนญี่ปุ่นและสมาคมธุรกิจญี่ปุ่น ให้ความสำคัญที่สุด ในเรื่องปัญหาความปลอดภัย เรามั่นใจว่าเรามุ่งมั่นที่จะรักษากฎระเบียบและ เราไม่ยอมละเลยกับมาตรฐานความปลอดภัยใดๆ
ในอีเมลของคุณ คุณได้ส่งให้ นายกอภิสิทธิ์ และรัฐมนตรีหลายท่าน รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องต่างๆ ไปแล้วนั้น เราชุมชนธุรกิจญี่ปุ่นและญี่ปุ่นที่ได้อยู่ในประเทศไทยได้อย่างดีและมีความสุข เราหวังอย่างสูงยิ่งว่า รัฐบาลไทยจะการดำเนินการกับปัญหานี้ อย่างเหมาะสมต่อไป
สุดท้ายนี้ คนญี่ปุ่นและสมาคมนักธุรกิจญี่ปุ่น เป็นคนที่เคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ดังนั้นสำหรับปัญหานี้ ขอให้รัฐบาลไทยแจ้งให้เราทราบกฎระเบียบข้อบังคับที่เราควรปฏิบัติตามต่อไป
Munenori Yamada
ประธานคณะกรรมการบริหาร
เจโทร (กรุงเทพ)
องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น
****** จดหมายถึงประธานหอการค้าอเมริกาในประเทศไทย และสมาชิกหอการค้าประเทศไทย ******
The American Chamber of Commerce in Thailand
7th Floor, GPF Witthayu Tower A, 93/1 Wireless Road, Lumpini, Pathumwan, Bangkok 10330
Tel: +66 (0) 2254-1041 Fax: +66 (0) 2251-1605 Email: service@amchamthailand.com
August 6, 2010
Dear Mr. Joe Geagea / AMCHAM President
cc. All Members of The Thai Chamber of Commerce
Subject: All Investors must know "Maptaphut is in Unsafe Condition”
Ref.Data: http://khonmaptaphut.blogspot.com/2010/07/maptaphut-in-unsafe-condition-domino.html
http://khonmaptaphut.blogspot.com/2010/07/6.htm
Note:- This information has sent to JETRO Bangkok on August 3, 2010 and to be replied on August 6, 2010 by JETRO Bangkok President as - http://khonmaptaphut.blogspot.com/2010/08/letter-to-jetro-bangkok.html
Rapid business growth and ever higher demands plus inept authorities may be the cause that PTT, a prominent energy company is neglecting safety in the construction of its facility. Commonsense tells that strong foundation is of utmost important for structural integrity. Nevertheless, PTT claims the supporting soil is strong enough that piling is exempted for its gas separation plant in Rayong. This delusion is bringing inevitable risks to all lives and environments in the vicinity.
Recent leakage of Chlorine gas from another plant at this same industrial development that injured hundreds of people was not from defaulted tank, but the collapse of the tank’s supporting foundation. Several factories with unsafe structures in the same vicinity may also become a domino effect of chain explosions, with their extensive storage of dangerous chemicals and immense amount of flammable gases. Investors should also recognize these risks that can affect economic situation of this entire area.
This warning is from civil engineers who were directly involved in construction of the new PTT’s gas separation plant. The possibility of foundation settlements may cause widespread explosions of immense amount of flammable LPG gases stored at this plant. Damages from explosion are expected to reach most or all industrial estates in the Maptaphut vicinity.
Since December last year 2009, they have provided of the Settlement of Shallow Foundation Case Study for 3 PTT Construction Plant Projects in Maptaphut, there were consisting of PTT-Phenol Plant and 2 PTT- Gas Separation Plant (GSP-6 & ESP). This case Study has submitted to Mr.Prasert Boonsumpun/PTT’s CEO on 19 December 2009, Mr. Abhisit Vejjajiva, Prime Minister on 16 January 2010, Mr. Anand Panyarachun Former Prime Minister (A four-party panel headed) on 2 April 2010 and 2 times for Administrative Court on 22 February 2010 and submitted as a accusation on 27 May 2010. Andalso they sent it to the Engineering Institute of Thailand on 9 April 2010. It is no sound from all concerned authorities.
Finally, we hope that our extreme risks (People in Maptaphut and All Investors) shall be released or solved as soon as possible.
Yours sincerely,
Khon Maptaphut, Rayong, Thailand


ทำไมจึงต้องโหวตโน
ทำไมจึงต้องโหวตโน ไล่นักการเมืองชั่ว โปรดอ่าน! ไม่ใช่เรื่องที่แค่กินไม่ได้ถ่ายไม่ออกของชาวบ้าน คุณสาย สว.ระยอง อุทานว่า “น่ากลัวว่ะ แต่เรื่องมันใหญ่มาก ไม่กล้าพูด” ... สส.สาธิต ระยอง บอก “อ๋อเหรอแล้วไง” - ความใส่ใจสนใจของนักการเมือง ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของประชาชน - 7 มิถุนายน 2553 ที่มาบตาพุด ก๊าซคลอรีน รั่ว เนื่องจากฐานถังทรุดพังเพราะไม่ได้ตอกเ...สาเข็ม มีคนเจ็บป่วยหลายร้อยคน ขณะนี้เป็นฤดูฝน ฝนตกหนัก พายุลมแรง โรงงานสารเคมีอันตราย และก๊าซไวไฟ จำนวนมาก ของ ปตท. ที่สร้างเสร็จแล้ว เปิดใช้งานแล้ว จะทรุดพังหรือไม่ เป็นเรื่องน่าหวาดหวั่นขัวญแขวน เพราะ 2 โรงในหลายโรงนั้น คือโรงแยกก๊าซแอลพีจี ที่มีคลังก๊าซแอลพีจีขนาดใหญ่ – นายสุทธิ อัชฌาสัย แกนนำเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก บอกว่า ปตท. ชี้แจงแล้วว่า ทุกอย่างปลอดภัยดี ... เชื่อหรือว่า คำชี้แจง จะทำให้โรงงานที่ไม่ตอกเสาเข็ม ทั้งหมด มันจะแข็งแรงขึ้น? ถ้าเกิดเหตุหายนะ แกนนำที่อ้างว่า สนใจใส่ใจสิ่งแวดล้อม นั้น จะรับผิดชอบ ชีวิตผู้คนจำนวนมากได้จริงหรือ ที่เพียงบอกว่า ปตท.พร้อมที่จะจ่ายค่าชดเชย คนเจ็บคนตาย บ้านเรือนถูกเผาทำลาย ... คำตอบที่น่าสะเทือนใจ จากแกนนำฯ ซึ่งเป็น แกนนำ พธม. ระยอง ด้วย
เอกสารตัวจริง ทั้งหมด ส่งให้ สว. รสนา สว.กรุงเทพ พร้อมๆกับ ประธานกรรมาธิการคณะต่างๆ มากกว่า 10 คน ที่บ้านพิษณุโลก ก่อนเข้าพบ อดีตนายกอานันท์ และเรื่องนี้ ส่งให้กับ สื่อมวลชน ที่เอาธรรมนำหน้าอย่าง เอเอสทีวี - มอบให้กับมือ คุณเติมศักดิ์ ไฟล์คอมพิวเตอร์ ฝากใส่ไว้ใน NoteBook อ.เทพมนตรี (แต่สุดท้ายมีคนมาทุบรถขโมยไป) แจกแผ่นปลิว จำนวนมากที่หลัง เวที พธม. แกนนำบนเวที รู้เรื่องนี้แล้ว จำนวนมาก ... หวังว่า สื่อที่เอาธรรมนำหน้า จะใส่ใจเรื่องนี้ แต่ทำไมใยเฉยชา เห็นชีวิตคนมาบตาพุด ไม่ใช่คน หรืออย่างไร - ทั้ง สส. - สว. ก้อไม่เห็นกับความเสี่ยงภัยเสี่ยงตายของชาวบ้าน แล้วจะมี พวกมัน เอาไว้ทำไม นี่มั้ย ... ทำไมต้อง โหวตโน !
ขบวนการยุติธรรมไทย
ศาลไทย มีหน้าที่ ปกปิดฟอกผิดให้คนมีเงินมีอำนาจ ... กฏหมาย ประเทศนี้ จึงมีไว้เพียง ใช้บังคับคนน้อยๆ คนด้อยโอกาสของสังคมฯ ความจริงวันนี้ คดีที่มีมูล หมดอายุความ ไม่ต้องตรวจสอบหาผิดถูก / ตุลาการ เจ้าหน้าที่ศาล ถ้าไม่มีความกล้าหาญ ย่อมสร้างความเบี่ยงเบน ในความเป็นธรรม ความถูกต้อง / ในหลวง ทรงมีรับสั่งให้ องค์คณะตุลาการศาลปกครอง แบบย้ำซ้ำๆว่า ขอให้ยึดมั่นในคำปฏิญาณ เพราะคงไม่มีกัน พระองค์ จึงทรงต้องย้ำซ้ำๆ ว่าต้องมี ... ว่าต้องทำให้ได้ เพราะเรื่องบางเรื่องอาจสร้างความเสียหายใหญ่หลวงฯ





