แค่ปาหี่ เปลี่ยนช่องรับ ขยับช่องจ่าย หาความจริงใจอะไรไม่ได้ โครงการเก่าเสี่ยงหายนะ ก้อยังคงดันทุรังจะเปิดใช้ ทั้งๆที่รู้ว่าเสี่ยงมากมายแค่ไหน ... แต่ไม่สนใจไม่ใส่ใจ โรงงานอะไร ทรุดพังระเบิด ช่างหัวแม่ง!
แค่ปาหี่ เปลี่ยนช่องรับ ขยับช่องจ่าย หาความจริงใจอะไรไม่ได้ โครงการเก่าเสี่ยงหายนะ ก้อยังคงดันทุรังจะเปิดใช้ ทั้งๆที่รู้ว่าเสี่ยงมากมายแค่ไหน ... แต่ไม่สนใจไม่ใส่ใจ โรงงานอะไร ทรุดพังระเบิด ช่างหัวแม่ง!

ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอะไร กับการสำรวจความต้องการของประชาชน ในเขตพื้นที่ที่อ้างว่า ประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ แต่ทำไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำ เมื่อหลายส่วนหลายฝ่าย ของผู้คนในสังคมไทย ยังมองว่า ปัญหาของการหยุดชะงัก ของโรงงานต่างๆ ในมาบตาพุด ทำให้ประเทศมีปัญหาเศรษฐกิจ แต่กลับทอดทิ้งให้ผู้คนประชาชนในมาบตาพุด ต้องเผชิญกับความเลวร้ายรุนแรงของสภาวะแวดล้อม ที่นับวันจะรุนแรงขึ้น และปราศจากการเหลียวแลจากภาครัฐอย่างเหมาะสม จากการสำรวจนี้ แม้จะมีชุมชน หนองแฟบ มาบข่า มาบใน ที่มีผู้ต้องการอยู่ เหลือแค่ 15 - 20 % เท่านั้น แม้จะมีการนำเสนอโครงการเมืองใหม่เชิงนิเวศ หรือ Eco New Town แล้วก้อตาม แสดงถึง ความรู้สึกที่เลวร้ายของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งไม่มีปากเสียงอย่างใด ที่จะบอก หรือจะทักท้วง แม้จะมีกลุ่มคนอ้างว่า รักมาบตาพุด มาประท้วงแทนแล้วก็ตาม .... มันไม่ดีขึ้นอีกทั้งจะเลวร้ายลงไปอีก จากการมีโรงงานเกิดใหม่จำนวนมาก แค่ความแข็งแรงยังไม่มี ก่อสร้างกันแบบง่ายๆ เอาไวเข้าว่าอีก สำหาอะไรกับเรื่องมลพิษที่อ้างกันว่าจะดูแลเหลียวแลใส่ใจ และแม้วันนี้ ยังคงมีคนในพื้นที่ อีกจำนวนมาก ไม่รู้ว่า ชีวิตนอกจากจะเผชิญปัญหาสภาวะแวดล้อมรุนแรงแล้ว ยังต้องเสี่ยงภัยการทรุดพัง ก๊าซรั่วควบคุมไม่ได้ ของโรงงานสารเคมีอันตราย และก๊าซไวไฟจำนวนมาก ที่ไม่ตอกเสาเข็มทั้งหมด อ้างเพียงว่าดินในโรงงานนั้น แข็งแรงมากกว่า โรงงานอื่นๆ 3 ถึง 7 เท่า จึงไม่จำเป็นต้องตอกเสาเข็มฐานราก ท่ามกลางข่าวแผ่นดินไหว ที่รุนแรงมากขึ้น ในหลายภูมิภาคของโลก
คงเพราะเป็น ปตท. จึงไม่มีใครคิดว่าจะมักง่ายประมาท ซึ่งโรงงานใหม่มากกว่า 30 โครงการ มีมากมายเท่าใด ไม่ตอกเสาเข็มฐานรากบ้าง ที่วันนี้ แม้ศาลปกครองสูงสุด ก็คงยังดองเค็ม เรื่องนี้ ไว้นานกว่า 5 เดือน กับโรงงานเสี่ยงมหาศาล ที่อยู่ใกล้ตลาดติดชุมชน มีประชาชนทั้งตลาดมาบตาพุด เสี่ยงตาย กับโรงแยกก๊าซ ใหม่ 2 แห่ง ของ ปตท. คือโรงแยกก๊าซที่ 6 (PTT-GSP6) และโรงแยกก๊าซ อีเทน (PTT-ESP) เพราะมีคลังก๊าซ แอลพีจี ขนาดใหญ่ มากเทียบเท่ารถบรรทุกก๊าซ 4,200 คัน กรณีทรุดพังเพียงเล็กน้อย ท่อ-ข้อต่อ บิดแตกก๊าซรั่วระเบิดลุกลาม รุนแรง แบบโดมิโน ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รับรู้ อาจเคยได้ยินแต่ไม่ได้ลงรายละเอียดและไม่มีใครคิดว่า เรื่องมักง่ายแบบนี้ จะเป็นเรื่องจริง ในส่วนของชาวบ้านหนองแฟบ ที่ไม่แตกต่างกัน เพราะเป็นพื้นที่ ที่มีโรงงานใหม่ของ ปตท. ไปสร้าง แค่กลิ่นเหม็น มลพิษเลวร้าย จากการทดสอบระบบ ซ้ำกรณีก๊าซรั่ว อยู่บ่อยครั้งทั้ง จากโรงงานแขก ที่ทำก๊าซคลอรีนรั่ว เนื่องจากฐานรองรับถังทรุด และก๊าซรั่วบ่อยครั้ง จากโรงงานผลิตสารฟีนอล ของ ปตท. (ซึ่งไม่ตอกเสาเข็มฐานรากเกือบทั้งหมดด้วยเหมือนกัน)
2 ตัวอย่าง มหันตภัยด้านล่างนี้ เป็นข้ออ้างอิงให้เห็นประจักษ์ว่า เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้ว ยากที่จะควบคุม จนสร้างความเสียหายใหญ่ ในกรณีโรงแยกก๊าซใหม่ ปตท. เองที่ชี้แจงต่อสาธารณะด้วยการชี้แจงแจ้งเท็จ ทั้งยังนำให้อัยการมานำเสนอศาล ว่าได้ตรวจสอบทั้งหมดแล้วอย่างต่อเนื่อง และมีขบวนการตรวจสอบอย่างดีหลังจากการก่อสร้างนั้น แท้ที่จริงไม่มี รวมทั้งกรณีที่อ้างว่าได้ตรวจสอบกับทางกลุ่มพิทักษ์อากาศสดชื่นแล้ว ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด และกรณีที่ทางกลุ่มฯ เสนอให้มีการตรวจสอบ 10 ปีหรือตลอดอายุการใช้งานนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะทางกลุ่ม เสนอให้ตั้ง คณะกรรมการที่มาจาก 3 ส่วนงาน คือ 1. ปตท. 2. การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ 3. กรรมการส่วนที่กลุ่มฯ นำเสนอ ซึ่งเป็นวิศวกรโยธาที่ร่วมในการก่อสร้างฐานรากโรงแยกก๊าซใหม่ ทั้ง 2 แห่ง ทั้งกำหนดกรอบการตรวจสอบร่วม 3 ฝ่าย แค่ระยะต้นและระยะกลางเท่านั้น คือ 3 ปี แต่ในระยะต่อไป ปตท. กับ การนิคมอุตสาหกรรม ต้องร่วมกันตรวจสอบต่อ ตามกรอบการตรวจสอบ-ซ่อมสร้างที่ร่วมทำกันไว้ ระยะเวลา 10 ปี หรือตลอกอายุการใช้งาน การที่อ้างว่าทางกลุ่มฯ หาผลประโยชน์ โดยเสนอค่าตอบแทนคณะกรรมการเป็นอัตราเงินเดือน เทียบเท่าทั่วไปกับพนักงาน ปตท. นั้น เพราะวิศวกรโยธาที่จะนำมาร่วมตรวจสอบ ยังคงทำงานอยู่กับ บริษัทอิตาเลี่ยนไทย และโรงงานที่ระบุ ขอให้ตรวจสอบ-เสริมสร้างความแข็งแรง มี 3 โครงการซึ่งมีฐานรากจำนวนหลายพัน ซึ่งในส่วนบุคลากรเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับปริมาณงานที่ต้องตรวจสอบด้วย ซึ่งกรอบคณะกรรมการ ทำเพื่อเป็นตุ๊กตา เพื่อให้ทั้ง 3 ฝ่ายได้ร่วมการพิจารณาจะปรับหรือขยับอย่างไร แต่ทาง คณะกรรมการตรวจสอบที่ ส่วนธุรกิจก๊าซ ของ ปตท. ตั้งขึ้นไม่มาร่วมประชุม ตามการร้องขอ และจะดันทุรังเดินหน้า ทดสอบระบบโรงแยกก๊าซอีเทนต่อไป ขบวนการตรวจสอบจึงไม่มีการดำเนินการฯ และสุดท้ายนำมาเสนอฟ้องศาลปกครอง
....
คำชี้แจงแจ้งเท็จ-ปกปิดข้อมูล การสร้างมหันตภัยใหญ่หลวงของภาคอุตสาหกรรม ไม่ใช่เพิ่งเกิด และเกิดบ่อยๆ เช่นกรณี ปตท.สผ. ก้อเป็นแบบนั้น - ชัดเจนถึงความประมาทมักง่าย ไร้ความรับผิดชอบ โดยอ่านจากข้อตำหนิต่างๆ จาก ประเทศที่ได้รับผลกระทบ แม้กรณีนี้ คนไทย ไม่ได้การรับรู้ เพราะสื่อมวลชนไทย ปกปิดข่าวกันหมด …
|
|



ที่บ้านพิษณุโลก วันที่ 13 กันยายน 53 เวลา 16.30 น. คุณศรัลย์ ธนากรภักดี ผู้ประสานงานกลุ่มพิทักษ์อากาศสดชื่น มาบตาพุด ได้เข้าพบ ประธานกรรมาธิการต่างๆ ของวุฒิสภา เพื่อส่งหนังสือร้องเรียนเรื่องโรงแยกก๊าซใหม่ ปตท. เสี่ยง ก่อหายนะภัย พร้อมชี้แจง และตอบข้อสงสัย ก่อนที่ ประธานคณะกรรมาธิการต่างๆ จะมีการเข้าพบกับ นาย
โดยคุณศรัลย์ ได้เข้าชี้แจง เรื่องราวต่างๆ และตอบข้อสงสัย โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที กับกรณีการไม่ตอกเสาเข็มของโรงแยกก๊าซที่ 6 ที่มีความเสี่ยงทรุดพังสูง จนอาจระเบิดรุนแรงลุกลาม เพราะมีคลังก๊าซแอลพีจีขนาดใหญ่ และประกอบกับศาลปกครองไม่รับฟ้องคดี โดยให้เหตุว่าไม่ใช่ผู้รับความเดือดร้อน และกรณีการทรุดพังระเบิด เป็นเพียงการคาดการณ์ หลังจากนั้น ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ที่หน้าบ้านพิษณุโลกว่า เป็นกลุ่มของวิศวกรโยธา ที่ก่อสร้างฐานรากให้กับโรงแยกก๊าซ แม้ไม่ใช่ผู้ออกแบบ แต่ผู้ก่อสร้าง และแบบ-ข้อกำหนดก่อสร้าง ไม่แสดงค่ารับน้ำหนักของดิน และก่อสร้างไปตามแบบ ไม่รู้ว่าโครงสร้างที่จะนำมาตั้งสูงใหญ่อย่างไร เมื่อเห็นว่ามีความเสี่ยงสูงมาก จึงนำเสนอกับหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่มีการตอบรับ จึงนำไปฟ้องศาลปกครอง.-


.jpg)



1 ก.พ. 54 - 14.00 น. กลุ่มพิทักษ์อากาศสดชื่น มาบตาพุด ระยอง เดินไปศาลปกครอง เพื่อยื่นยื่นคำชี้แจงเพิ่มเติม คำขออุทธรณ์คำสั่ง กรณีโรงงานจำนวนมาก ของ ปตท. ไม่ตอกเสาเข็ม - ส่งคำอุทธรณ์ เมื่อ 24 ก.ย.53 นานกว่า 120 วัน ที่ยังไม่มีการพิจารณา
รถยนต์หรู มีสมรรถนะสูง มาตรฐานสูง เหล่านี้
การสูบยางรถยนต์ ที่ต้องสูบลมเข้าไปเท่าไหร่ แข็งมากอย่างไร เมื่อไม่มีการกำหนด ไม่มีเครื่องวัดความดันลม จะสูบลมยางแต่ละเส้นอย่างไรให้เหมาะสม
ในการขับรถที่ความเร็วสูง 160-200 กม./ชม.
การทำงานดินที่ปราศจากการบ่งชี้กำหนดค่าความสามารถรับน้ำหนักของดินที่ใช้สูงมากในการออกแบบ ไว้ในแบบก่อสร้างหรือข้อกำหนดต่างๆ ในการทำงานขุดถมบดอัดดิน ไม่มีการรับรู้วิศวกรโยธาทั้งผู้ปฏิบัติงานและผู้ควบคุมงานสนาม
แล้วต้องบดอัดดินแข็งแรงเท่าไหร่
หอ สูง-หอ กลั่น จำนวนมาก จะตั้งอยู่อย่างไร โดยไม่ตอกเสาเข็ม
"การออกแบบ ฐานราก เพื่อกำหนดขนาด การใช้วัสดุ ว่าจะต้องใช้คอนกรีตชนิดใด มีเหล็กเสริมเท่าใด ชนิดไหน กรณีที่ดินไม่สามารถรับน้ำหนักที่ถ่ายลงมาจากโครงสร้าง จะต้องตอกเสาเข็ม ซึ่งเสาเข็มที่ชนิดใด ใหญ่ ยาว แค่ไหน รับน้ำหนักได้อย่างไร วิศวกรผู้ออกแบบจะเป็นผู้กำหนด ดังนั้นการก่อสร้าง วิศวกรสนามจำเป็นต้องควบคุมให้ วัสดุต่างๆมีความแข็งแรงได้ตรงกับการออกแบบ คอนกรีต เหล็ก เสาเข็ม ต้องมีการเก็บตัวอย่างวัสดุเพื่อการทดสอบซ้ำ ในส่วนของเสาเข็ม ต้องมีการทดสอบหาความสมบูรณ์ของเสาเข็ม ทดสอบการรับน้ำหนักของเสาเข็ม - ดินซึ่งเป็นวัสดุที่มีความเสี่ยงมากที่สุดเพราะไม่มีความเป็นเนื้อเดียวกันหาความแน่นอนไม่ได้ แม้มีการเจาะสำรวจแล้ว เป็นเพียงการสุ่มทดสอบ ดังนั้น ก่อนที่จะวางฐานรากตื้นที่ไม่มีการตอกเสาเข็มจึงจำเป็นที่จะต้องมีการทดสอบหาความสามารถในการรับน้ำหนัก ของดินด้วย ยิ่งใช้ค่ารับน้ำหนักแบกทานสูงมาก ยิ่งมีความจำเป็นต้องมีการทดสอบยืนยัน เพราะเมื่อขุดเกินและถมบดอัดลงไปใหม่ก็ไม่สามารถคงสภาพการรับน้ำหนักเดิมได้ ซึ่งอาจจำเป็นต้องใช้วัสดุพิเศษ เช่นหิน ทราย ลูกรัง ลงไปแทน ดังนี้แล้ว ผู้ออกแบบจะไม่มีโอกาสรู้เลยว่า แบบที่ออกแบบมาดีแล้ว มีความปลอดภัยแล้ว ถ้าวิศวกรสนามไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างให้ตรงกับการออกแบบแล้วนั้น ฐานรากจะสามารถรับน้ำหนักได้ตรงตามการออกแบบหรือไม่ "
ใน Facebook ที่ต้องตามไปดู แม้กลุ่มฯ จะถูกด่าถูกว่าอย่างไร ก้อเฉย ... วาดหวังว่า สื่อน้ำดี 1 เดียว ในประเทศจะสนใจใส่ใจ ชีวิตและความเสี่ยง ของผู้คนประชาชนมาบตาพุด ตามที่ประกาศไว้เสมอว่าจะเอาธรรมนำหน้า ....
http://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=188479017838198&id=100001030503789 ...
ไม่ได้ต้องการ ไปเหยียบตาปลาใคร เพราะความเงียบเฉย ที่ควรจะจินตนาการไปถึงได้นั้นทั้งที่ได้ส่งข้อมูลให้จำนวนมากหลายครั้ง ซึ่งการที่เป็นสื่อ...ย่อมเข้าถึงความเข้าใจได้รวดเร็วกว่าคนปกติ เพราะเหตุก๊าซรั่ว เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าทรุดพังแตกรั่ว ย่อมควบคุมไม่ได้ การระเบิดของก๊าซ ครั้งใหญ่ๆ มาจากท่อแตก และการควบคุมยากอย่างยิ่งยวด ถ้าเป็นโรงงานปกติ ที่มีคลังก๊าซขนาดย่อมไม่น่ากังวล แต่ที่โรงแยกก๊าซ ปตท. มีคลังก๊าซ แอลพีจี มากถึง 4,200 คันรถ แล้วตั้งอยู่ใกล้ตลาดติดชุมชน มีโรงงานสารเคมีอันตรายจำนวนมาก ในมาบตาพุดอยู่ในรัศมีการระเบิดของคลังก๊าซ
ซึ่งไม่ใช่เรื่องจินตนาการ แต่ในเมื่อข้อกำหนดทรุดตัวต่างกัน ในข้อกำหนดก่อสร้าง ที่ยอมรับได้ ยอมให้ทรุดได้ แค่ 1-2 ซม. เท่านั้น ที่จะไม่ทำให้เกิดผลกระทบไปยังข้อต่อเครื่องจักรและระบบท่อก๊าซ ที่ระโยงระยางต่อกัน - การทรุดตัวจะทำให้เกิดแรงบิดมหาศาล ในเส้นท่อ จนเกิดการแตกขาดได้ และมีความเสี่ยงอยู่ทุกจุด ในโรงแยกก๊าซ ในฐานะวิศวกรโยธา ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างฐานรากโรงแยกก๊าซที่ 6 และโรงแยกก๊าซ อีเทน (ไม่ตอกเสาเข็มทั้งหมด) ย่อมรู้ดีว่า คุณภาพงานดินนั้น ทำได้ดีไม่ดีอย่างไร ในเมื่อไม่มีการระบุในแบบ ถึงความแข็งแรงของดิน (ซึ่งใช้ค่าสูงมากในการออกแบบนั้น) จะก่อสร้างอย่างไร ให้ตรงกับการออกแบบ ตรงนี้ ไม่ต่างกับการสูบยางรถ ไม่มีตัววัด ไม่มีข้อกำหนดบอก จะสูบมากเท่าไหร่ สูบให้แข็งและแข็งเท่าไหร่ ไม่มีใครรู้ใครบอก สูบและก้อบีบว่าแข็งอย่างไร เหมือนสูบยางจักรยาน!
การรั่วไหลของน้ำมัน ในทะเลติมอร์ เมื่อเดือน สิงหาคม 2552 ของ ปตท.สผ จนกระทั่งเกิดการระเบิดนั้น ผลการสอบของรัฐบาลออสเตรเลีย พบว่า <<< การก่อสร้างต่ำกว่ามาตรฐานทั้งที่ ปตท. เขียนกำหนดขึ้นเอง ซึ่งเป็นข้อกำหนดในโครงการน้ำมันและก๊าซ อีกทั้ง เมื่อรู้ว่าไม่แข็งแรงปลอดภัย ก็ปิดบังข้อมูล จนเกิดเหตุหายนะภัยขึ้น >>>
ด้านล่างต่อไปนี้ เป็นเมล์ที่ อาจารย์ท่านหนึ่งใน คกก.4 ฝ่าย ตอบกลับมา.-
22 สิงหาคม 2553
พี่อ่าน mail ทุกฉบับที่คุณส่งมา แล้วก็ตั้งคำถามว่า ทำไม ปตท จึงไม่เอาบุคคลที่ 3 มาตรวจสอบเช่น สภาวิศวกรแห่งประเทศไทย เพราะถ้า ปตท. ให้ข้อมูลเองว่ารากฐานดี คนก็ยังไม่มั่นใจการตรวจสอบคงไม่ได้ใช้เงินและใช้เวลามากนัก แต่มันทำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง จะได้นอนได้เต็มอิ่ม ทุกวันนี้ประชาชนไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นในโรงงานบ้าง แต่ถ้ามีเสียง ดังผิดปกติก็ผวา มองหาลูก เมีย และพ่อ แม่ ที่แก่เฒ่า เพื่อเตรียมหนีออกไปตั้งหลักก่อน เพราะที่เป็นข่าวมาตลอด ก็พบว่าระบบแจ้งเหตุ อุบัติเหตุ ต่าง ๆ ใช้วิธีส่ง SMS ผ่านผู้นำชุมชน พี่เองเคยลืมโทรศัพท์มือถือ และเคยแบตเตอรรี่หมด และเวลาประชุมปิดเสียงและเมื่ออกมา
นอกประชุมก็ลืมเปิดเสียงใหม่ ดังนั้นถ้าใครโทร หรือส่ง SMS มา ก็คงไม่ได้รับจนกว่าจะนึกขึ้นได้อีกทีนึง หรือเมื่อมือถือกลับมาใช้งานได้ตามปกติ
อยากเสนอให้ ปตท. เอาสภาวิศวกรมาตรวจสอบ และให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการ ตรวจสอบ โดยประชาชนสามารถคัดเลือกนักวิชาการที่พวกเขามั่นใจไปร่วมตรวจสอบด้วย ปตท. มี CSR ดีมาก เรื่องทำให้สังคมมั่นใจและสบายใจ ประชาชนนอนได้เต็มอิ่มน่าจะทำนะคะ
คนทั่วไปอาจเข้าใจว่าการก่อสร้างโดยทั่วไปก็มีทรุดตัวบ้างเป็นธรรมดา แต่โรงงานแยกก๊าซ นั้น ก๊าซที่แยกได้ถูกส่งไปตามท่อ ซึ่งท่อต่าง ๆ มีข้อต่อ ดังนั้นถ้าโครงสร้างทรุดตัว 2 ด้านไม่เท่ากัน ท่อที่เชื่อมกันยึดกับโครงสร้างที่ทรุดตัวไม่เท่ากัน อาจทำให้เกิดเหตุขึ้นได้ คือ ข้อต่อฉีกขาดออก และตามมา ด้วยก๊าซที่ปกติควรอยู่ในท่อรั่วออกมา รอยรั่ว รวมกับแรงดันก๊าซ จะทำให้ก๊าซรั่วออกมามาก ถ้าไปทำปฏิกริยากับสิ่งอื่น เช่น ประกายไฟ สารเคมีบางชนิด ไม่รู้ว่าจะเกิดภัยพิบัติที่รุนแรงแค่ไหน เพราะมีตัวอย่างในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น จัดเป็นประเทศที่มีมาตรฐานด้านรากฐานที่ดีมาก เพราะเขามีแผ่นดินไหวบ่อย ก็เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่มาแล้ว
อาจารย์ขอชื่นชมความพยายามของคุณนะคะ มาตรการป้องกันไว้ก่อนเป็นสิ่งที่ทุกโรงงานต้องทำ จึงสงสัยมากว่าทำไม ปตท. ไม่พิสูจน์ต่อสาธารรชนว่า โครงสร้างเขาปลอดภัย ไร้กังวล
ขอบคุณที่ยืนหยัดให้ข้อมูล เพราะถ้าคนที่เกี่ยวข้องทราบแล้วไม่ทำอะไรให้มั่นใจว่าปลอดภัย หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นด้วยสาเหตุนี้ จะมีคนที่ต้องรับผิดชอบสักกี่คน ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียหาย ...
ไม่ได้ระบุชื่ออาจารย์ เพราะไม่ต้องการให้ได้รับผลกระทบ / ข้อคิดความเห็นที่ดีนี้ ควรจะคุยใน คกก. 4 ฝ่าย แต่ท่านไม่ได้ทำ ย่อมเข้าใจว่า ท่านคงกลัวผลกระทบ.-
*** คารวะในความเป็นสื่อ และรู้ว่า ทั้งหมดด้านบน รายละเอียดไม่มากแต่น่าจะทำให้เข้าใจได้ และไม่ใช่เรื่องกล่าวหาลอยๆ เรื่องนี้ ส่งให้ทุกภาคส่วนที่จะกระทำได้ไปแล้ว และที่ผ่านมา สื่อมวลชนประเทศนี้ โดยเฉพาะ ASTV ท้วงติงด่าทอรุนแรง ในหลายกรณี เพื่อให้บุคคลระดับผู้นำประเทศนี้ หลายๆท่าน ที่ไม่ทำหน้าที่ ที่ควรจะทำหรือมีพฤติกรรมคดโกง คอรัปชั่น จึงไม่แปลกอะไร ที่จะต้องรับข้อท้วงติงตำหนิ จากประชาชนผู้คนที่ได้รับเหตุเดือดร้อนรำคาญ เป็นทุกข์ ข้อมูลที่ส่งให้เป็นเรื่องที่จะส่งผลกระทบรุนแรงร้ายแรงต่อสาธารณะ แต่กลับละเลยเฉยชา ไม่ได้ทำหน้าที่สื่อมวลชน ที่ประกาศตนว่า กล้าเสนอความจริง โดยใช้ธรรมนำหน้านั้น ฯ ***
ฝนเอยทำไมจึงตก ฝนตกเพราะกบมันร้องฯ – เรื่องง่ายๆที่ให้เข้าใจ หลักอิทัปปัจจยตา